รวมแอป Best Productivity สำหรับทำงานที่บ้าน
ตื่นมาเจอแชทงาน 30 ข้อ เมล์อีก 50 ฉบับ แล้วโต๊ะยังกองรกไปหมด บอกตรงๆ ว่าตอนแรกผมก็คิดว่าทำงานที่บ้านนี่สบายนะ นอนตื่นสายได้ ไม่ต้องเจอคนรก
แต่พอทำจริงๆ ถึงกับตกใจเลยครับ ความจริงคือยิ่งอยู่บ้าน ยิ่งต้องมีวินัยมากกว่าเดิม มีคนเคยถามผมว่าทำไมทำงานที่บ้านถึงเหนื่อยกว่าไปออฟฟิศ ผมก็นึกได้เลยว่ามันเพราะเราไม่มีระบบ ไม่มีเครื่องมือช่วยจัดระเบียบชีวิตการทำงาน
วันนี้เลยอยากมาแชร์แอปที่ผมใช้จริงๆ ซึ่งผมถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือก best productivity ที่ควรลองดูสิครับ เดี๋ยวเรามาเริ่มกันเลย
แอปจัดการทาสก์ คือชีวิต
ผมเองก็เคยเป็นคนจดโน้ตเกลี่ยๆ บนกระดาษ จดไปแปปๆ ก็หาย บางทีก็จดบนโทรศัพท์แล้วลืมว่าจดไว้ที่ไหน จนกระทั่งเจอกับ Todoist ตอนนั้นรู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลยนะ
ตัวนี้เข้าใจง่ายมาก พิมพ์งานที่ต้องทำ ตั้งวันดีลีน จบปะ เหมาะกับคนที่ไม่อยากซับซ้อน แต่ถ้าใครอยากได้ความสามารถเยอะกว่านั้น ผมแนะนำ Notion ครับ ตัวนี้จัดเป็น database ได้เลย ใครชอบแต่งหน้าตาได้เอง อะไรต่างๆ ก็ครบ
แต่ถ้าถามผมว่าจะเลือกตัวไหน บอกตรงๆ ว่าขึ้นอยู่กับสไตล์คนละคนนะ ใครอยากเริ่มง่ายๆ ไป Todoist ก่อน ใครอยากปรับแต่งเยอะไป Notion เลย ทั้งคู่ล้วนเป็นแอประดับ best productivity ที่คนทำงานรีโมทต้องมีติดเครื่องไว้
จากที่ลองมา ผมใช้ Todoist อยู่ประมาณปีนึง แล้วค่อยย้ายมา Notion เพราะอยากได้ตัวที่รวมอะไรไว้ในที่เดียว ได้ทั้งจดโน้ต จัดทาสก์ แถมยังเขียนไอเดียลงไปได้ด้วย

คุยกับทีมไม่ให้รอนาน
ทำงานที่บ้านแล้วสื่อสารกันแค่ LINE ก็น่าจะพอใช่มั้ยครับ ผมเคยคิดแบบนี้นะ แต่พองานเยอะขึ้น แชทไล่กันยาวๆ จริงดิ หายไปแล้ว ไม่รู้ว่าใครตอบอะไร สรุปไม่ได้เลย
มาดู Slack กันดีกว่า ตัวนี้แยก channel ตามทีม ตามโปรเจกต์ได้เลย หาข้อมูลย้อนหลังง่ายมาก ใครเข้ามาใหม่ก็อ่านย้อนได้เลย ไม่ต้องถามซ้ำ แต่ถ้าทีมเราเน้นคุยเสียงมากกว่าพิมพ์ ลอง Discord ดูสิครับ มี voice channel ให้เข้าไปคุยกันได้เลย เหมือนนั่งในห้องเดียวกันเลย
ทั้งสองตัวนี้ผมลองมาหมดแล้ว ช่วยให้ไม่ต้องนั่งรอเมล์ตอบ หรือไล่แชท LINE ให้เมื่อย นับเป็นอีกส่วนสำคัญของระบบ best productivity ที่หลายคนมองข้ามไป
ทีมผมตอนนี้ใช้ Slack เป็นหลัก เพราะมีปลั๊กอินเยอะดี เชื่อมกับ Notion หรือ Google Drive ได้เลย แต่ถ้าเพื่อนๆ ทำทีมกับเพื่อนสนิท ไม่กี่คน Discord น่าจะสนุกกว่านะ
เวลาผ่านไปไหนแล้ว ต้องรู้
อีกเรื่องที่ผมเคยเจอคือนั่งทำงานอยู่ดีๆ ดูนาฬิกาแล้วตกใจ เอ๊ะ 3 ทุ่มแล้วเหรอ แล้ววันนี้ทำอะไรไปบ้าง บางวันรู้สึกว่านั่งทำงานทั้งวัน แต่พอสรุปดู ทำได้แค่ 2-3 อย่างเอง

ตอนนี้ผมใช้ Toggl Track จดเวลาที่ทำงานแต่ละอย่าง เช่น ตอบเมล์ 30 นาที เขียนรายงาน 2 ชม. พอท้ายสัปดาห์ไปดูสถิติ ถึงรู้เลยว่าเวลาไปหายที่ไหนบ้าง น่าประทับใจมากเลยครับ ตอนแรกก็นึกว่าจะรำคาญ แต่พอเคยแล้วชอบเลย
ใครที่อยากฝึกโฟกัสด้วย ลอง Forest ดูสิครับ ตั้งเวลาแล้วปลูกต้นไม้ ถ้าออกจากแอปต้นไม้จะตาย แบบนี้เข้าทางคนที่ชอบเกมไฟมาก ผมลองแล้วรู้สึกว่าโฟกัสได้ดีขึ้นจริงๆ
พอเราเริ่มรู้ว่าเวลาไปไหน ก็จะปรับพฤติกรรมได้ง่ายขึ้นเยอะเลย นี่คืออีกด้านของ best productivity ที่ผมว่าคุ้มค่ากับการลอง
Pro Tips: อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
มีแอปดีๆ แล้ว แต่อุปกรณ์ก็สำคัญนะ จากที่ผมลองมา มี 3 อย่างที่รู้สึกว่าช่วยได้จริงๆ
จอมอนิเตอร์ตัวที่สอง — ผมใช้ Dell UltraSharp 27 นิ้ว เปิดแชทอยู่จอนึง ทำงานอยู่อีกจอนึง ไม่ต้องสลับหน้าต่างบ่อย ช่วยเซฟเวลาได้เยอะมากเลย ใครงบน้อยลองดูจอยี่ห้ออื่นๆ ในราคาประมาณ 3,000-5,000 บาทก็มีเยอะ
คีย์บอร์ดเมคานิคัล — ตอนแรกก็นึกว่าเพ้อ แต่พอลอง Keychron K2 แล้ว พิมพ์สบายกว่าเดิมเยอะ ไม่เหนื่อยมือ ทำงานนานๆ ก็ยังสบาย ใครอยากลองแต่กลัวแพง ดู Logitech MX Keys ก็ดีนะ แบบ membrane แต่พิมพ์สบายมาก
หูฟังกันน็อค — บ้านผมมีเสียงหมา เสียงรถ ใช้ Sony WH-1000XM5 แล้วเงียบเลยครับ โฟกัสได้ดีกว่าเดิมเยอะ ใครงบน้อยก็ลอง Anker Soundcore Life Q30 ดู ราคาดีงาม กันเสียงได้ดีเช่นกัน
สรุปสั้นๆ จากใจผม
จริงๆ แล้วไม่มีแอปไหนที่เป็น best productivity ตัวเดียวครองจักรวาลนะ ต้องลองผิดลองถูกเอา บางทีตัวที่คนอื่นวิจารณ์ว่าไม่ดี แต่พอเราใช้เองกลับเข้าทางก็ได้
สำคัญสุดคือต้องลองใช้จริง ไม่ใช่ลงไว้แล้วไม่เปิด ถ้าให้ผมเลือกแค่ 3 ตัวสำหรับคนเริ่มทำงานที่บ้าน ผมจะเลือก Todoist สำหรับจัดทาสก์ Slack สำหรับคุยทีม และ Toggl สำหรับจดเวลา
สามตัวนี้พอช่วยให้ชีวิตเรียบร้อยขึ้นได้เลยครับ ลองดูสิ ไม่เสียหายอะ
คำถามที่พบบ่อย
Q: แอปเหล่านี้ฟรีมั้ยครับ
A: ส่วนใหญ่มีเวอร์ชันฟรีให้ใช้นะครับ พอใช้ได้เลย ถ้าอยากได้ฟีเจอร์เยอะขึ้นถึงจะต้องจ่าย แต่เริ่มต้นฟรีก็พอแล้วครับ
Q: ต้องลงทุกตัวพร้อมกันมั้ย
A: ไม่เลยครับ ผมแนะนำให้ลองทีละตัว ใช้จนคุ้นแล้วค่อยเพิ่ม เพราะถ้าลงเยอะเกินจะตามไม่ทันนะ
Q: ทีมเล็กๆ 3-4 คน ควรใช้ตัวไหนดี
A: ผมว่า Slack กับ Notion ก็พอครับ สองตัวนี้จัดการทั้งคุยและจัดงานได้เลย ไม่ซับซ้อนเกินไปดีครับ
Q: ใช้แอปแล้วจริงๆ ทำงานเร็วขึ้นมั้ย
A: ถ้าใช้จริงๆ ผมว่าช่วยได้เยอะนะครับ ไม่ใช่แค่เร็วขึ้น แต่โข่งงานน้อยลง เพราะเรารู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ไม่ต้องนั่งคิดให้เสียเวลา
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
