7 แอปสุดปังที่จะพาทีม Work From Home ไปสู่ best productivity 🚀
ยอมรับเลยครับว่าตอนที่เริ่มทำงานที่บ้านเมื่อกี้ผมแทบจะบ้าตาย ตื่นสาย ทำงานไม่เสร็จ นั่งหน้าจอไปทัังวันแต่งานไม่คืบคลายไปไหนสักที
หลายคนบอกว่าการทำงานสาย remote มันเป็นอิสระดี แต่ความจริงคือมันต้องใช้วินัยและการจัดการเวลาสูงมากกว่าการไปนั่งทำงานในออฟฟิศซะอีก ถ้าเราเอาตัวไม่รอดปุ๊บ งานก็พังปั๊บตลอด
จากประสบการณ์ที่ลองมาแล้วหลายต่อหลายแอป วันนี้เลยอยากเอาตัวที่ดีที่สุดที่ผมประเทืองตัวเองมาฝาก ซึ่งถ้าหาเจอตัวที่ใช่แล้วล่ะก็ มันจะพาเราไปสู่best productivity หรือความเป็นคนทำงานที่เก่งขึ้นได้แน่นอน ลองดูสิว่ามีตัวไหนที่เข้ากับสไตล์การทำงานของเราบ้าง
มาดูตัวแรกกันเลย พวกแอปจัดการงาน (Task Management) 📝
พูดตรงๆ ว่ากูรูที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำงานสาย remote ก็คือแอปที่เอาไว้จดสิ่งที่ต้องทำ ถ้าเราพึ่อความจำอย่างเดียวนี่เมื่อไหร่่็วุ่นวาย
ตัวแรกที่อยากแนะนำคือ Notion ตัวนี้เป็นเสมือนสมุดจดไดอารี่ของเราจริงๆ จะจดไอเดีย เก็บลิงก์ ทำตารางงาน หรือเขียนโน้ตเอกสารสั้นๆ ก็ทำได้หมด ปรับแต่งได้ตามใจชอบเลย

ต่อมาคือ Trello ขวัญใจชาวagile หน้าตอบของมันจะเป็นบอร์ดกับการ์ดให้เราลากไปลากมาได้ เหมาะมากกับการทำงานเป็นทีมเพราะทุกคนจะเห็นภาพรวมว่างานไหนอยู่ไหนแล้ว บอกเลยว่าใช้แล้วติดใจ
แล้วไหนล่ะความเร็วและความเข้าใจต้องมีเรื่องคุยกัน 💬
ทำงานที่บ้านสื่อสารกันยากหน่อยเพราะไม่มีการเดินไปคุยที่โต๊ะทำงานเหมือนในออฟฟิศ เราเลยต้องพึ่งแอปคุยงานที่ดีหน่อย
Slack คือคำตอบเลยครับ มันแบ่งห้องคุยเป็น channel ชัดเจน ทำให้เราตามงานได้ง่ายและไม่ตกหล่น ตั้งชื่อห้องแบบชี้ให้ชัดเจนได้เลยว่าเรื่องอะไร ปัญหาหลักคือเราอาจจะรู้สึกว่าข้อความเยอะไป แต่ถ้าจัดการให้ดีก็ไม่มีปัญหาเลย
ส่วนใครที่ต้องคุยกันเป็นทีมใหญ่ๆ ผมว่า Discord ตัวเดียวกับที่เอาไว้เล่นเกมนี่แหละ กลับมาทำงานได้เอาเรื่องเลย โดยเฉพาะฟังก์ชันห้องคุยเสียง (Voice Channel) ที่กดเข้าไปคุยกันได้ทันทีเหมือนนั่งอยู่ในห้องประชุมเลย
การเลือกแอปที่ตอบโจทย์นี่สำคัญมากนะ เพราะมันคือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่best productivity ของทีมเราได้จริง

เรื่องเวลาคือเรื่องใหญ่ ต้องดูแลตัวเองดีๆ ⏳
เวลาทำงานอยู่หน้าจอนานๆ จะเริ่มเพลีย สมาธิหลุดไปคิดเรื่องอื่น ผมเคยเป็นคนที่ทำไปเล่นมือถือไป สุดท้ายงานไม่เสร็จสักที
ลองหาเทคนิค Pomodoro มาใช้ดูครับ คือการตั้งเวลาโฟกัส 25 นาทีแล้วพัก 5 นาที แอปที่อยากแนะนำคือ Forest ตัวนี้จะมีต้นไม้ให้เราปลูก ถ้าเรากดจับเวลาแล้วออกจากแอปไปเล่นอย่างอื่น ต้นไม้ก็จะตายคาตา น่ารักดีดิ มันช่วยให้เราไม่อยากหยิบมือถือขึ้นมาเล่น
ตอนเริ่มใช้ก็ดูเหมือนเล่นๆ แต่เชื่อเถอะว่ามันเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานของเราได้เยอะมาก เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จในการจัดการเวลาจนทำงานได้เร็วขึ้นอย่างเห็นผลเลย
ของแถม: อุปกรณ์เสริมที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น (Pro Tips) 🎧
นอกจากแอปแล้ว อุปกรณ์ก็สำคัญนะครับ ถ้าคิดดีๆ แล้วอุปกรณ์ที่ดีมันจะช่วยลดความเครียดในการทำงานไปได้เยอะเลย เดี๋ยวเรามาเริ่มกันเลย
อย่างแรกเลยคือ หูฟังตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancelling Headphones) โดยเฉพาะยี่ห้อดังอย่าง Sony หรือ Bose เสียงสัญญาณกวนด้านนอกจะถูกตัดทิ้งไป มีแค่เสียงของเราที่จะได้โฟกัสกับงานและเข้าถึงสภาวะbest productivity ได้แบบเต็มที่เลย
อย่างที่สองคือ จอมอนิเตอร์ (External Monitor) ใครที่ต้องเปิดเอกสารหรือโค้ดหลายๆ หน้าจอ ขอบอกว่าจอขนาด 24 นิ้วขึ้นไปจะช่วยชีวิตคุณได้เยอะมาก ไม่ต้องสลับหน้าต่างจนตาลาย แนะนำยี่ห้อ Dell หรือ LG ใช้งานได้คุ้มค่ามากครับ
สุดท้ายคือ อุปกรณ์ตกแต่งโต๊ะทำงาน อย่างโคมไฟส่องสว่างหรือเก้าอี้ยางรองรับหลัง มันส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกตอนทำงานมากกว่าที่คิด ลองหามาจัดโต๊ะดูสิครับ บรรยากาศดีมันก็ทำให้เราอยากทำงานมากขึ้น
คำถามที่หลายคนมักถาม (FAQ)
1. แอปทำงานที่บ้านสำคัญขนาดไหน?
สำคัญมากเลยครับ เพราะมันเป็นตัวกลางในการสื่อสารและส่งมอบงานระหว่างเรากับทีม ถ้าไม่มีเครื่องมือที่ดีก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง งานเลยมั่วไปหมด
2. จะเลือกแอปที่เหมาะกับทีมยังไงดี?
ลองดูก่อนเลยครับว่าทีมเราต้องการอะไร ถ้าเน้นคุยกันเยอะก็เลือก Slack แต่ถ้างานเป็นชิ้นๆ ต้องการให้เห็นความคืบหน้าชัดเจน ก็ใช้ Trello หรือ Asana ลองให้ทีมทดลองดูก่อนซัก 2-3 ตัวครับ
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
