สุดยอดแอปและเครื่องมือ Best Productivity สำหรับคนทำงานรีโมท

Best Productivity Apps and Tools for Remote Workers

ทำงานรีโมทให้ปัง! สุดยอดแอปเพิ่มประสิทธิภาพและ Best Productivity ที่ต้องมี ✨

ใครทำงานรีโมทอยู่บ้างครับ/คะ? 🙋‍♀️ ช่วงนี้เราน่าจะคุ้นเคยกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้กันดีแล้วเนอะ แต่บอกตรงๆ ว่าบางทีมันก็แอบเหงา แล้วก็แอบทำงานไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่จริงไหม? ผมเองก็เคยเจอมาบ่อยๆ เลย

บางทีการประชุมก็ไม่ราบรื่น เอกสารก็หาย หรือลืมว่าใครทำอะไรไปแล้วบ้าง คือวุ่นวายสุดๆ! 😩

แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้ผมมีตัวช่วยดีๆ มาบอกต่อ ที่จะทำให้การทำงานรีโมทของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมือนมีเลขาฉลาดๆ มาช่วยเลยล่ะครับ บอกเลยว่านี่คือลิสต์ best productivity apps ที่คัดมาแล้วว่าเจ๋งจริง!

Best Productivity Apps and Tools for Remote Workers — figure 1
Best Productivity Apps and Tools for Remote Workers — figure 1

การสื่อสารง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวตกข่าว

เรื่องแรกเลยที่สำคัญมากๆ สำหรับคนทำงานรีโมท ก็คือ “การสื่อสาร” นี่แหละครับ ถ้าสื่อสารกันไม่ดี งานก็สะดุดใช่ไหมล่ะ?

มาดูกันว่ามีแอปอะไรบ้างที่จะช่วยให้ทีมของคุณคุยกันรู้เรื่องเหมือนนั่งทำงานข้างกันเลยนะ:

  • Slack: ตัวนี้คนใช้เยอะมากครับ เป็นแอปแชทสำหรับทีมโดยเฉพาะเลย แยกห้องตามโปรเจกต์ได้ ส่งไฟล์ได้ โทรคุยได้ด้วย ง่ายมากและ! เวลาหาข้อมูลเก่าๆ ก็ทำได้สบายๆ ไม่ต้องเลื่อนหาในไลน์เป็นร้อยๆ แชทเลยครับ
  • Zoom / Google Meet: อันนี้ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้วเนอะ สำหรับการประชุมออนไลน์ ที่สำคัญคือควรมีอินเทอร์เน็ตดีๆ หน่อยนะ จะได้ประชุมลื่นๆ ไม่กระตุกให้เสียอารมณ์ครับ
  • Microsoft Teams: ถ้าใครใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ครับ เพราะมันรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งแชท ประชุม และจัดการเอกสารต่างๆ สะดวกสุดๆ ไปเลย
Best Productivity Apps and Tools for Remote Workers — figure 2
Best Productivity Apps and Tools for Remote Workers — figure 2

จัดการโปรเจกต์ให้เป๊ะ ไม่มีหลุด

พอสื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว สิ่งต่อไปคือการจัดการงานให้เป็นระบบครับ ใครรับผิดชอบอะไร ทำถึงไหนแล้ว จะได้ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกันไงครับ นี่คือหัวใจสำคัญของการมี best productivity tools ที่ดีเลยนะ

  • Trello: ชอบมากเลยครับ เพราะมันใช้ง่ายมากๆ เหมือนมีกระดานไวท์บอร์ดออนไลน์เอาไว้แปะโน้ตงาน แยกเป็น To-Do, Doing, Done ได้ชัดเจน เห็นภาพรวมของโปรเจกต์ได้ดีเลยครับ ลากแล้ววางการ์ดงานได้สบายๆ
  • Asana: สำหรับทีมที่งานซับซ้อนขึ้นมาหน่อย Asana จะช่วยจัดการโปรเจกต์ได้ละเอียดกว่าครับ กำหนดผู้รับผิดชอบ, วันส่งงาน, ลิงก์ไฟล์ต่างๆ ได้หมด ทำให้งานทุกชิ้นถูกติดตามได้อย่างมีระเบียบ ผมเองก็เคยใช้แล้วรู้สึกว่ามันช่วยจัดระเบียบความคิดได้ดีจริงๆ ครับ
  • Notion: ตัวนี้เหมือนเป็นสมุดจดบันทึกสารพัดประโยชน์เลยครับ ทำได้ตั้งแต่จัดการโปรเจกต์, ทำ Wiki ทีม, จดโน้ตส่วนตัว, วางแผนงาน คือทำได้เกือบทุกอย่างเลยครับ เป็นอีกหนึ่ง เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ที่น่าประทับใจมาก

โฟกัสได้เต็มที่ ไม่มีอะไรกวนใจ

ทำงานที่บ้านบางทีก็มีสิ่งรบกวนเยอะกว่าที่คิดนะครับ ไหนจะเสียงจากข้างบ้าน หรืออยากหยิบมือถือมาไถดูตลอดเวลา แอปเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีสมาธิจดจ่อกับงานได้ดีขึ้นครับ

AUKEY Track Mate TM-10 อุปกรณ์ติดตาม GPS ใช้งานกับแอป Find My สำหรับติดตามกุญแจ

AUKEY Track Mate TM-10 อุปกรณ์ติดตาม GPS ใช้งานกับแอป Find My สำหรับติดตามกุญแจ
฿399
⭐ 4.9 · ขายแล้ว 298

  • Forest: แอปนี้เจ๋งตรงที่มันเอาการปลูกต้นไม้มาใช้ในการสร้างสมาธิครับ ถ้าเราไม่เล่นมือถือ ต้นไม้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเราเผลอไปกดเล่น แอปอื่น ต้นไม้ก็จะเหี่ยว! เป็นแรงจูงใจที่น่ารักดีนะ
  • Todoist: บางทีงานมันเยอะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนใช่ไหมครับ Todoist ช่วยได้ครับ เราสามารถลิสต์งานที่ต้องทำ กำหนดเวลา และจัดลำดับความสำคัญได้ง่ายๆ ทำให้เราเห็นภาพรวมว่าต้องทำอะไรบ้าง ไม่ต้องกลัวลืมเลย เป็นอีกตัวที่ช่วยเรื่อง แอปเพิ่มประสิทธิภาพ ได้ดีมากครับ
  • Focus@Will: แอปนี้เป็นเหมือนผู้ช่วยในการสร้างสมาธิครับ มีเพลงและเสียงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้สมองโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมลองแล้วก็รู้สึกว่าช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ

เครื่องมือเสริมพลังให้งานรีโมทลื่นไหล

นอกจากแอปพลิเคชันแล้ว บางทีการมีอุปกรณ์ดีๆ เสริมก็ช่วยให้การทำงานรีโมทของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ลองดูสิ่งเหล่านี้สิครับ

Pro Tips: สิ่งที่คนทำงานรีโมทควรมี

  • หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise-Cancelling Headphones): บอกตรงๆ ว่านี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Sony WH-1000XM5 หรือ Bose QuietComfort ก็ช่วยให้คุณจมดิ่งกับงานได้เต็มที่ ไม่ต้องทนกับเสียงรบกวนรอบข้างเลย
  • จอเสริม (External Monitor): ถ้าคิดดีๆ แล้ว การมีจอเพิ่มอีกจอช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นเยอะเลยครับ เปิดเอกสารหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ ไม่ต้องคอยสลับหน้าจอไปมาให้เสียเวลา
  • เก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic Chair): นั่งทำงานนานๆ ถ้าเก้าอี้ไม่ดีนี่ปวดหลังทรมานสุดๆ ไปเลยครับ ลงทุนกับเก้าอี้ดีๆ เช่น Ergonomic Chair สักตัว ก็คุ้มค่ากับสุขภาพในระยะยาวมากๆ ครับ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของ best productivity ที่หลายคนมองข้ามไปนะ
  • เว็บแคมคุณภาพดี (Good Webcam): เวลาประชุมออนไลน์ เราก็อยากให้ภาพเราชัดเจน ดูเป็นมืออาชีพใช่ไหมครับ Logitech C920 หรือ Razer Kiyo Pro ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเลยครับ

สรุปและคำแนะนำสุดท้าย

เห็นไหมครับว่าการทำงานรีโมทไม่จำเป็นต้องวุ่นวายเสมอไปเลย แค่เรามี แอปเพิ่มประสิทธิภาพ และเครื่องมือที่เหมาะสม ก็ช่วยให้คุณและทีมทำงานได้อย่างราบรื่นและมีความสุขมากขึ้นแล้วครับ

iPhone 17 Pro by Apple Flagship Store

iPhone 17 Pro by Apple Flagship Store
฿43,900
⭐ 5.0 · ขายแล้ว 1,098

ลองเลือกแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของคุณดูนะครับ แต่ละคนอาจจะเหมาะกับอะไรไม่เหมือนกัน ยังไงก็ลองปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของคุณดูนะ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ทำงานรีโมทนะครับ! ขอให้สนุกกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดกันทุกคนเลย! 🥳

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำงานรีโมท

แอปเพิ่มประสิทธิภาพที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานรีโมทคืออะไรครับ?

ถ้าให้เลือกแค่อันเดียว คงจะยากมากๆ เลยครับ แต่ถ้าให้แนะนำ แอปสื่อสารกับแอปจัดการโปรเจกต์คือสิ่งสำคัญสุดๆ เลยครับ เช่น Slack หรือ Trello เพราะช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้ไม่สะดุดเลยนะ

จะเลือกแอปเพิ่มประสิทธิภาพยังไงให้เหมาะกับทีมครับ?

ลองดูว่าทีมของคุณมีปัญหาตรงไหนมากที่สุดครับ เช่น สื่อสารไม่รู้เรื่อง หรือจัดการงานไม่เป็นระบบ จากนั้นก็เลือกแอปที่ตรงกับปัญหาเหล่านั้นมาลองใช้ดูครับ อาจจะเริ่มจากเวอร์ชันฟรีก็ได้นะ

เครื่องมือฮาร์ดแวร์อะไรที่ช่วยให้การทำงานรีโมทดีขึ้นได้บ้างครับ?

หลักๆ เลยก็ หูฟังตัดเสียงรบกวน จอเสริม และเก้าอี้เพื่อสุขภาพครับ พวกนี้ช่วยได้เยอะมากจริงๆ เพราะมันส่งผลโดยตรงกับความสบายและสมาธิในการทำงานของคุณเลยครับ

Apple iPhone 15 I iStudio by SPVi

Apple iPhone 15 I iStudio by SPVi
฿21,200
⭐ 4.9 · ขายแล้ว 1,420

ทำงานรีโมทแล้วรู้สึกโดดเดี่ยว ควรทำยังไงดีครับ?

อันนี้เข้าใจเลยครับ! ลองพยายามหากิจกรรมทำกับเพื่อนร่วมงานออนไลน์บ่อยขึ้น เช่น Coffee Break เสมือนจริง หรือออกไปเดินเล่น ออกกำลังกายบ้างก็ได้ครับ การดูแลสุขภาพจิตก็เป็นส่วนหนึ่งของ best productivity ด้วยนะ

ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee

ช้อปที่ Shopee →