คัดเด็ด Best Tools AI พลิกโลกคอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักการตลาดยุคนี้
บอกตรงๆ ว่าเมื่อก่อนผมเองก็เคยเป็นคนที่นั่งงมคอนเทนต์ทั้งคืนก่อนเอาไฟล์ไปโพสต์ละครับ ทั้งเขียน ออกแบบ หาภาพ จนบางทีรู้สึกว่าไอเดียมันหมดไปเร็วมากๆ
แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว ใครๆ ก็หันมาใช้ AI ช่วยทำงานกันหมด เพราะมันช่วยลดเวลาตายคาที่เราต้องมานั่งทำเองทุกอย่างได้ดีทีเดียว
วันนี้เลยอยากมาเล่าสิ่งที่ผมลองมาแล้วจริงๆ ว่ามี best tools ตัวไหนที่ใช้ทำงานได้คุ้มค่า และช่วยให้ชีวิตการทำคอนเทนต์ของเราง่ายขึ้นสักกี่เท่าตัว มาดูกันเลยครับ
1. เครื่องมือช่วยเขียนแบบร่างให้เห็นภาพ
สำหรับคนที่เริ่มต้นจากการนั่งจ้องจอเปล่าๆ เครื่องมือที่เราต้องรู้จักเลยก็คือ ChatGPT ครับ เราแค่ใส่ประเด็นที่อยากเขียนสั้นๆ มันก็จะคายไอเดียออกมาให้เราเลือกใช้ได้ทันที
การใช้ AI ช่วยคิดเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราไม่ต้องมานั่งเครียดกับ Writer’s Block แต่มันก็ไม่ใช่ตัวจบนะ เราต้องเอามาปรับแต่งน้ำเสียงให้เป็นของเราเองอยู่ดีครับ
อีกตัวที่อยากแนะนำเลยก็คือ Claude ตัวนี้เวลาเขียนจะออกแนวคนคุยด้วยเหมือนจริงๆ ลองดูสิแล้วจะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคอยช่วยระดมสมองอยู่ข้างๆ ตัว

2. เครื่องมือออกแบบรูปภาพเด็ดๆ ให้ใช้
เรื่องของรูปภาพถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของคนทำคอนเทนต์เลยละ หลายคนไม่มีดีไซน์เนอร์ประจำก็ต้องมานั่งทำเอง
ถ้าคิดดีๆ แล้ว การใช้ Canva ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำรูปเก๋ๆ ไปลงโซเชียล ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นฐานการออกแบบเลย เพราะมันมีเทมเพลตให้เลือกเยอะมากๆ
แต่ถ้าใครอยากได้ภาพแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น Midjourney ถือเป็นหนึ่งใน best tools สำหรับสร้างงานศิลป์ด้วย AI ที่คุณภาพสูงลงไปทุกรายละเอียดเลยครับ
และถ้าอยากได้ภาพที่ดูสมจริงลองหา Adobe Firefly มาลองเล่นกันดูน่า เพราะมันถูกออกแบบมาให้ใช้ทำธุรกิจได้โดยตรงเลย

3. ตัวช่วยตัดต่อวิดีโอแบบเห็นผลทันที
ยุคนี้วิดีโอคือราชาแห่งคอนเทนต์จริงๆ ครับ แต่จะให้มานั่งตัดต่อแบบเก่ามันก็เหนื่อยเหมือนกัน
ต้องยกให้ CapCut เป็นซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์คนทำคอนเทนต์ยุคใหม่มากที่สุด เพราะมีฟีเจอร์ Auto Caption ที่ช่วยแปลงเสียงเป็นข้อความได้แม่นยำมากๆ
อีกหนึ่งตัวเด็ดที่นักการตลาดควรมีติดเครื่องไว้คือ Descript มันจะทำให้เราสามารถแก้ไขวิดีโอได้ผ่าน Text คล้ายๆ กับการแก้ไขเอกสารเลย ง่ายมากและ
บอกตรงๆ เลยว่าเครื่องมือพวกนี้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผมไปทั้งหมด ลดเวลาตัดต่อลงไปได้เยอะมากครับ
4. ของแนะนำที่ควรติดโปรไฟล์ไว้
ก่อนจะไป มีอุปกรณ์และบริการเสริม 2-3 อย่างที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ลองหามาใช้คู่กันนะครับ เพื่อให้การใช้ AI ทำงานมันลื่นไหลขึ้น
อย่างแรกเลยคือเน็ตระดับ Gigabit ที่เร็วและเสถียร เพราะการใช้เครื่องมืออย่าง Midjourney หรือ ChatGPT แบบ Real-time นั้นต้องแลกกับการรอโหลดหน้าเว็บนิดหน่อย ถ้าเน็ตดีก็จะทำงานได้ไม่สะดุดเลย
อย่างที่สองคือจอมอนิเตอร์ขนาด 27 นิ้วแบบ 4K จอใหญ่จะช่วยให้เราเห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาทำงานที่ต้องเปิดหน้าต่างหลายๆ อย่างพร้อมกันเช่นการดูสถิติและการออกแบบพร้อมกัน
สุดท้ายคือโน้ตบุ๊กที่มี RAM 32GB ขึ้นไป เพราะโปรแกรมตัดต่อวิดีโออย่าง Adobe Premiere หรือ CapCut เวอร์ชันคอมพิวเตอร์นั้นกินสเปกพอสมควร การลงทุนซื้อของที่ดีจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมเยอะเลย
FAQ คำถามที่คนถามบ่อย
Q: AI จะเข้ามาแทนคนทำคอนเทนต์เร็วๆ นี้ไหม?
A: จากที่ลองใช้งานมา มันเข้ามาช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นต่างหาก แต่ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียของเราก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อยู่ดีครับ
Q: ถ้าจะเริ่มต้นใช้ AI จริงจัง ควรเริ่มจากตัวไหนดี?
A: แนะนำให้ลอง ChatGPT ก่อนเลยครับ เพราะใช้งานง่ายและมีข้อมูลการใช้งานให้ศึกษาเยอะมากๆ ครับ
Q: การใช้ best tools เหล่านี้ต้องเสียเงินเดือนละเท่าไหร่?
A: จริงๆ แล้วหลายๆ ตัวมีแบบฟรีให้ทดลองใช้ก่อนครับ แต่ถ้าจะใช้แบบจริงจังก็มีค่าเริ่มต้นประมาณเดือนละ 300 – 500 บาทเท่านั้นเองครับ
Q: ภาพที่สร้างจาก AI สามารถนำไปทำการตลาดเชิงพาณิชย์ได้เลยไหม?
A: แนะนำว่าให้เลือกใช้ Adobe Firefly หรือ Midjourney จะปลอดภัยที่สุดครับ เพราะรองรับลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์โดยตรงเลย
สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือนักการตลาดตัวยง การเปิดใจลองใช้งาน best tools พวกนี้คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วในยุคนี้ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะพบว่ามันช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะจริงๆ
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
