จัดเต็ม! รวม best tools สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักการตลาดยุค AI
บอกตรงๆ ว่าก่อนหน้านี้ผมเองก็เคยเป็นคนนึงที่นั่งแคมป์หน้าคอมทั้งคืนเพื่อกดสร้างคอนเทนต์ให้ทันคิว พอเริ่มทำสื่อทำการตลาดจริงๆ จะรู้เลยว่าเวลามันไม่เคยพอเลย นั่งคิดสคริปต์ไป เขียนแคปชั่นไป ทำรูปไป บางทีโยนกันไปก็ปวดหัวตึ้บๆ
แต่ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าคุณยังทำทุกอย่างด้วยมือเปล่า บอกได้เลยว่าเหนื่อยแน่นอน วันนี้เราเลยจะมาแชร์รวม best tools ที่ใช้พลังของ AI มาช่วยทำงานแทนเรา ทั้งเรื่องการเขียน การออกแบบ ไปจนถึงการทำวิดีโอ ลองดูสิ รับรองว่าทำงานได้เร็วขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเลยครับ
มาดู AI ตัวช่วยเขียนกันก่อน
การแต่งสคริปต์หรือเขียนบทความส่งเสริมการขาย (SEO) นี่คือสิ่งที่กินเวลาคนทำคอนเทนต์ไปเยอะมาก จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องนั่งเบล็งค์จ้องจอทั้งวันหรอกนะ มีเครื่องมือที่จะมาช่วยคิดไอเดียให้เราได้
ตัวที่ผมเองก็ใช้ประจำและถือว่าเป็นหนึ่งใน best tools สำหรับนักเขียนยุคนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ChatGPT ครับ แค่เราพิมพ์บอกโทนเสียงที่เราต้องการ หรือใส่รายละเอียดคร่าวๆ ปั๊บ! ไอเดียก็มาให้เลือกเอามาปรับใช้กันได้ทันที
นอกจากนี้ยังมี Jasper ที่หลายคนบอกว่าเก่งมากเวลาเขียนโฆษณาหรืออีเมลขายของ การมีตัวช่วยแบบนี้ทำให้เราได้ตัวเลือกคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้น เอาไปปรับแต่งนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ง่ายมากและ

ทีนี้มาดูตัวทำรูปและดีไซน์กันบ้าง
ข้ามมาด้านงานศิลปะกันบ้าง ใครที่ไม่ได้ช่ำชองเรื่องกราฟิกมาก่อน การต้องมานั่งตัดต่อรูป หรือออกแบบโบรชัวร์นี่ปวดหัวมาก แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้ AI ช่วยเราได้แล้ว
พูดถึง best tools ในขุมทรัพย์ด้านดีไซน์ ผมว่า Canva เนี่ยคือของแรงเลยครับ โปรแกรมนี้มันมีฟีเจอร์ Magic Media ที่ให้เราแค่พิมพ์คำอธิบายรูปที่อยากได้ ระบบก็จะแตกมัจฉาสร้างภาพนั้นออกมาให้เอง จะเอาสไตล์เรียลๆ หรือการ์ตูนสดใสก็ทำได้หมด
ถ้าใครอยากได้ภาพคุณภาพระดับประเทืองใจๆ บอกเลยว่า Midjourney คือคำตอบ ลองดูสิ ภาพที่ออกมานี่สวยจนตกใจเลยครับ ใช้ทำภาพปกหรือแบนเนอร์สวยๆ ได้แบบสบายๆ เลย

แล้วไหนล่ะตัวต่อวิดีโอและเสียง?
ยุคนี้ใครๆ ก็สวิงโพสต์คลิปแนวหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็นสื่อย่อยหรือลงยูทูบ แต่การนั่งตัดต่อแบบเดิมๆ มันช้าไปแล้ว ของจริงเลย AI ช่วยทำวิดีโอได้ไวขึ้นแบบไม่ต้องเครียดเรื่องสเกลเลยนะ
Synthesia เป็นอีกหนึ่ง best tools ที่ผมว่าน่าประทับใจมาก คุณแค่พิมพ์สคริปต์ลงไป แล้วมันจะสร้าง AI พรีเซนเตอร์มาพูดเก่งๆ ให้เราเอง ไม่ต้องไปเช่าสตูดิโอ ไม่ต้องทำดอง ทำวิดีโอนำเสนอสินค้าได้เลยครับ
หรือใครจบัดกราบไหว้เรื่องการฟังและเสียงพากย์ ลองไปเล่นดู ElevenLabs ได้เลย เสียงมันเป็นธรรมชาติมากจนน่าขนลุก ไม่เหมือนหุ่นยนต์อ่านหนังสือเลย ใช้ทำคำบรรยายวิดีโอคอนเทนต์ได้สบายๆ
ส่วนในเรื่องของโปรแกรมตัดต่อ ก็ขอฟันธงให้ CapCut เลยครับ มันคือตัวช่วยอัตโนมัติที่วิเศษมาก คลิกเดียวสามารถ auto-caption หรือลบพื้นหลังได้เลย ใครเพิ่งเริ่มต้นก็ร้องโอ้โฮแน่นอน มันเข้าขั้น best tools บนมือถือเลยก็ว่าได้
อุปกรณ์เสริมและของแนะนำ (Pro Tips)
แค่มี AI อย่างเดียวก็ยังไม่พอนะครับ จะทำงานให้ลื่นไหล เราก็ต้องมีของแท้มาประกอบกันบ้าง
อันดับแรกเลย ถ้าทำงานที่ต้องเปิดแท็บเยอะๆ ไฟฟ้าเดี๋ยวดับ แนะนำว่าให้ลงทุนซื้อ โน้ตบุ๊ก (Notebook) หรือ PC สเปคเบาๆ ไว้สักเครื่อง โดยเฉพาะพวกแรม 16GB ขึ้นไป เพราะการรัน AI บางตัวมันกินทรัพยากรเครื่องเราเหมือนกัน
ข้อสองคือการลงทุนซื้อไมค์คอนเดนเซอร์ (Microphone) ที่คุณภาพดีหน่อย ตอนที่เราต้องบอกสคริปต์ให้ AI พิมพ์ตาม หรืออัดเสียงเพื่อไปใช้กับ AI แยกเสียง เสียงของเราต้องใส่สะอาด ผมว่าคุ้มเว่อร์ครับ
สุดท้ายคือพวกอุปกรณ์เสริม เช่น Webcam 4K สำหรับคนที่ต้องทำคอนเทนต์รีวิวตัวเองนำเสนอ ภาพคมชัด เอาไปประมวลผลกับ AI ได้ดีไม่มีตก
สรุปมุมมองจริงจากผู้ใช้งาน
ถ้าคิดดีๆ แล้ว AI ไม่ได้มาเพื่อแย่งงานเราครับ แต่มันมาเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เรายังต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเป็นมนุษย์เป็นตัวตั้งอยู่ดี การหัดใช้ best tools เหล่านี้เข้ามาช่วย มันเหมือนการจ้างผู้ช่วยเก่งๆ ที่ทำงานเร็วและไม่เหนื่อยแบบ 24 ชั่วโมง
แนะนำว่าอย่ารออีกแล้ว ไปลองเล่นพวกเครื่องมือที่ผมเอ่ยถึงมาเริ่มกันเลย เดี๋ยวเราจะรู้เองว่าการทำคอนเทนต์มันสนุกและเร็วขนาดไหน
คำถามที่คนถามบ่อย (FAQ)
1. AI จะมาแทนคนทำคอนเทนต์เลยไหม?
ไม่หรอกครับ AI ยังทำหัวใจของคอนเทนต์ที่เป็นอารมณ์ความรู้สึกแบบคนเราไม่ได้ แต่มันจะเป็นตัวช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น เราแค่เปลี่ยนมาเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพและใส่ไอเดียแทนครับ
2. มือใหม่ไม่มีงบจะใช้เครื่องมือพวกนี้ได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ เพราะเจ้าตัวที่ผมแนะนำมาเกือบทุกตัวเนี่ย เขามีแบบฟรีให้ทดลองใช้กันก่อนเลย เอามาฝึกทำคอนเทนต์จนชินมือก่อน แล้วค่อยคิดจะอัปเกรดเป็นแบบจ่ายเงินนะ
3. ถ้าจะเลือกแค่ทะเบียนเดียว จะเริ่มจากตัวไหนดี?
บอกตรงๆ ผมว่าให้เริ่มจาก ChatGPT ครับ เพราะมันคือรากฐานที่ดีมาก จะเอาไปช่วยคิดคอนเทนต์ หา keyword หรือแม้แต่เอาไปช่วยเขียนแคปชั่นก็ง่ายหมดเลย
4. ของฟรีกับของเสียเงิน ต่างกันยังไงมากไหม?
หลายๆ ตัวของฟรีก็ใช้ทำงานได้จริงครับ แต่ถ้าเป็นแบบเสียเงินส่วนใหญ่จะเพิ่มคุณภาพความคมชัดของงาน เวลารอมาตรการผลิตที่เร็วขึ้น และไม่มีลายน้ำมารบกวนด้วยครับ
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
