รวม Best Productivity Apps ที่ Remote Worker ควรมีติดมือถือ ปี 2025
ทำงานอยู่บ้านไปได้สักพัก หันไปล้างจาน ตอบแชทเพื่อน เดี๋ยวก็บ่ายสามแล้ว งานยังไม่เสร็จเท่าไหร่เลยครับ เคยเป็นกันมั้ย? ผมเองก็เคยเจอมากับตัว จนต้องหาทางออกจริงจัง
บอกตรงๆ ว่าปัญหาของคนทำงานรีโมทไม่ใช่ขี้เกียจนะ แต่มันคือ ‘ของกระจัดกระจาย’ ไฟล์อยู่ที่นี่ แชทอยู่ที่นั่น งานแปะไว้ในหัวตัวเอง ใครเจอปัญหาแบบนี้ บทความนี้รวบรวม best productivity apps ที่ใช้จริงแล้วได้ผลมาแบ่งปันกันครับ
ทำไม Remote Worker ต้องมีเครื่องมือช่วยจัดการงาน
ทำงานออฟฟิศมีเพื่อนร่วมงานเดินผ่านมาเตือน มีประชุมเช้าให้เห็นตัวชี้วัด แต่พอทำงานที่บ้าน ทุกอย่างอยู่ที่วินัยตัวเองล้วนๆ เลยครับ
ถ้าคิดดีๆ แล้ว การโหลดแอปดีๆ สักตัวมาช่วย มันเหมือนจ้างผู้ช่วยส่วนตัวแบบไม่ต้องจ่ายเงินเลยแหละ บางตัวก็ฟรีจริงๆ ด้วย
จากที่ลองมาหลายเดือน ผมพบว่าคนที่ใช้เครื่องมือ best productivity อย่างเป็นระบบ จะจบงานได้เร็วกว่าและไม่หลุด deadline ง่ายๆ เลยนะ

แอปจัดการ Task ที่ใช้แล้วตามทัน
Todoist — เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
อันดับแรกที่อยากแนะนำคือ Todoist ครับ พิมพ์งานที่ต้องทำ ตั้งวันครบกำหนด จบแล้วติ๊กออก เท่านี้เอง ง่ายมากและ
จุดที่ผมชอบคือมันแยกโปรเจกต์ได้หลายอัน ทำงานหลายลูกค้าก็ไม่ปนกัน แถมฟรีแพ็กก็พอใช้สำหรับคนเริ่มต้นแล้วครับ
Notion — ทุกอย่างอยู่ในที่เดียว
ใครอยากได้มากกว่า To-do list ลอง Notion สิ มันคือผสมระหว่างโน้ต ฐานข้อมูล ปฏิทิน และวิกิของทีม ในแอปเดียวจริงๆ
หลายคนบอกว่าเริ่มต้นยากหน่อย แต่พอเซ็ตเสร็จครั้งเดียว มันกลายเป็นสำนักงานเสมือนของทั้งทีมเลยน่า น่าประทับใจมากครับ
แอปสื่อสารกับทีม ให้ไม่หลุดโฟกัส
Slack กับ Microsoft Teams ยังคงเป็นขวัญใจของทีมรีโมทครับ แยกห้องแชทตามหัวข้อได้ หาข้อความเก่าเจอง่าย ไม่ต้องเลื่อนไลน์กันจนตาลาย
แต่เดี๋ยวก่อน ปัญหาของหลายคนไม่ใช่สื่อสารไม่ได้ แต่คือแชทมาเยอะเกินจนทำงานไม่ได้เลย ลองตั้งสถานะ Focus Mode แล้วกำหนดเวลาตอบแชทเป็นรอบๆ ดูครับ ช่วยได้เยอะเลย
ส่วนประชุมออนไลน์ Zoom กับ Google Meet ก็ยังเถียงไม่ได้ แต่เคล็ดลับคือพยายามประชุมไม่เกิน 30 นาทีต่อรอบ เพื่อนร่วมทีมจะขอบคุณคุณมากกว่าที่คิดนะครับ

โฟกัสและจัดการเวลา ตัวช่วยลับสายพันธุ์ remote
Toggl Track — รู้ว่าเวลาหายไปไหน
เคยรู้สึกว่า ‘ทั้งวันยังไม่ได้ทำอะไรเลย’ มั้ยครับ Toggl Track ช่วยตอบคำถามนี้ แค่กด start ตอนเริ่มงาน มันจะบันทึกว่าแต่ละงานกินเวลาเท่าไหร่ ดูรายงานแล้วตกใจเลยครับว่างานบางอย่างกินเวลาเราไปเยอะขนาดนั้น
Forest — เกมที่ทำให้เลิกเล่นมือถือ
ใครหลุดโฟกัสบ่อยเพราะมือถือ ลอง Forest ดูสิ ปลูกต้นไม้เสมือน ถ้าออกจากแอปไปเล่นอย่างอื่น ต้นไม้จะตาย ง่ายๆ แต่ได้ผมจริงๆ
คอนเซปต์ Pomodoro ทำงาน 25 นาทีพัก 5 นาที ก็เข้ากับแอปแนวนี้ดีมากครับ เป็นสูตร best productivity ยอดนิยมที่ใช้กันมานานแล้ว
อุปกรณ์และของที่ควรมีติดโต๊ะ (Pro Tips)
นอกจากแอปแล้ว ของจริงก็ช่วยได้เยอะนะครับ
อย่างแรกคือหูฟังตัดเสียงรบกวน รุ่น Sony WH-1000XM5 หรือ AirPods Pro ช่วยเรื่องสมาธิได้เยอะมาก โดยเฉพาะบ้านที่คนเยอะๆ
อันที่สองคือแสงไฟโต๊ะทำงาน อย่างแบรนด์ BenQ หรือ Xiaomi ราคาไม่แพง สายตาก็สบายขึ้น ทำงานนานๆ ไม่เมื่อยเท่าเดิมครับ
สุดท้ายจอมอนิเตอร์พอร์ตเทเบิล เช่นของ ASUS ZenScreen ต่อโน้ตบุ๊กแล้วจัดการงานหลายหน้าต่างได้ลื่นขึ้นเยอะ ใครยังใช้จอเดียวอยู่ ลองเถอะครับ ต่างกันชัดเจน
คำถามที่คนถามบ่อย
แอป productivity ตัวไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุดครับ?
แนะนำเริ่มที่ Todoist เลยครับ ใช้ง่าย ฟรี ไม่ต้องเซ็ตอะไรเยอะ พอคุ้นแล้วค่อยขยับไป Notion ครับ
ต้องจ่ายเงินไหม ถ้าจะใช้แอปพวกนี้?
ส่วนใหญ่มีเวอร์ชันฟรีที่ใช้ได้จริงครับ ถ้าเป็นทีมใหญ่หรืออยากได้ฟีเจอร์เพิ่ม ค่อยอัปเกรดทีละตัวก็ได้ ไม่ต้องกังวลครับ
ใช้หลายแอปพร้อมกันได้ไหม หรือจะเยอะเกิน?
เยอะได้แต่อย่าเกินความจำเป็นครับ แนะนำ 1 ตัวจัด task + 1 ตัวแชท + 1 ตัวตามเวลาก็พอแล้วครับ เดี๋ยวจะเสียเวลาไปกับการจัดการแอปแทนงานจริง
แอปพวกนี้มีภาษาไทยไหมครับ?
ส่วนใหญ่ยังเป็นภาษาอังกฤษครับ แต่ใช้ง่าย ศัพท์ไม่ยาก ลองใช้ไปสักพักรับรองคล่องครับ
ส่วนท้ายจากใจผม
ถ้าให้เลือกแค่หนึ่งอย่างจากบทความนี้ ผมแนะนำให้เริ่มจากการเขียน task ลงแอปทุกวันก่อน เพราะสมองเราเก็บของไว้น้อยกว่าที่คิด เชื่อผมสิครับ
เครื่องมือ best productivity ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่คนอื่นชม แต่เป็นตัวที่คุณเปิดใช้จริงทุกวันต่างหาก ลองเลือกมาสักตัวแล้วใช้ไปสองสัปดาห์ แล้วค่อยวัดผลกันครับ
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
