Productivity คนทำงานรีโมท: สุดยอดแอปและเครื่องมือ Best Productivity!
ช่วงนี้ใครๆ ก็ทำงานจากที่บ้านใช่ไหมครับ/คะ? บางทีก็แอบคิดว่า เอ๊ะ! เราทำงานอยู่บ้านแล้ว Productive จริงๆ เหรอ? ผมเองก็เคยเจอมานะ ช่วงแรกๆ ที่ต้อง Work From Home นี่แหงนมองเพดานเป็นส่วนใหญ่เลย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน จัดการงานยังไงให้มันเป็นระบบดี 🤯
แต่พอได้ลองใช้แอปและเครื่องมือต่างๆ เท่านั้นแหละครับ/ค่ะ ชีวิตการทำงานรีโมทเปลี่ยนไปเลยจริงๆ จากที่เคยรู้สึกว่างานกองเต็มโต๊ะ ตอนนี้จัดระเบียบได้ง่ายขึ้นเยอะมาก บอกเลยว่าการมี best productivity tools เนี่ยสำคัญสุดๆ เลยนะ
วันนี้ผม/ฉันเลยอยากจะมาแชร์ลิสต์แอปและเครื่องมือที่ผม/ฉันใช้เอง แล้วรู้สึกว่ามันช่วยชีวิตคนทำงานรีโมทได้อย่างแท้จริง ลองมาดูกันนะครับ/คะว่ามีอะไรบ้าง จะได้ช่วยให้งานของคุณลื่นไหล ไม่มีสะดุด!
จัดการงานให้เป็นระบบด้วย Project Management Tools
ปัญหาคลาสสิกของคนทำงานรีโมทคือไม่รู้ว่าใครทำอะไรอยู่ถึงไหนแล้วใช่ไหมครับ/คะ? แถมบางทีงานก็งอกมาแบบไม่รู้ตัว นี่แหละคือเหตุผลที่เราต้องมีเครื่องมือจัดการโปรเจกต์ดีๆ เข้ามาช่วยให้การทำงานของคุณเป็น best productivity ได้จริงๆ ครับ/ค่ะ
อย่างแรกเลยที่ผม/ฉันอยากแนะนำคือ Trello ครับ/ค่ะ อันนี้ใช้ง่ายมาก คล้ายๆ กระดานแปะโพสต์อิทเลย เราสร้างบอร์ด กำหนดการ์ดให้แต่ละงาน ใส่เช็คลิสต์ ตั้งเดดไลน์ได้หมดเลยนะ ทีมผม/ฉันใช้ตัวนี้ในการติดตามงานแต่ละโปรเจกต์แบบเรียลไทม์ ทำให้รู้เลยว่างานไหนค้าง งานไหนทำไปแล้วบ้าง ไม่ต้องมานั่งถามกันบ่อยๆ ให้เสียเวลา
สำหรับโปรเจกต์ที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย หลายคนก็นิยมใช้ Asana หรือ Monday.com ครับ/ค่ะ พวกนี้จะมีความสามารถในการจัดการที่ละเอียดกว่า ทั้งการจัดตารางเวลา การ Assign งานให้แต่ละคน การดูภาพรวมของโปรเจกต์ทั้งหมดได้ง่ายๆ ถ้าทีมคุณมีหลายคนและหลายโปรเจกต์ ผม/ฉันว่าสองตัวนี้ตอบโจทย์เลยนะ
เลือกที่เหมาะกับทีมเราที่สุดครับ/ค่ะ จะได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงานร่วมกัน

สื่อสารกันได้ลื่นไหล ไม่พลาดทุกการติดต่อ
การสื่อสารนี่แหละ หัวใจสำคัญของทีมรีโมทเลยนะ ถ้าสื่อสารกันไม่ดี มีหวังงานพัง หรือต้องมานั่งตามเรื่องกันให้วุ่นวายแน่นอนเลย ผม/ฉันว่าแอปที่ช่วยให้เราคุยกันได้ง่ายๆ คือตัวช่วยเพิ่ม best productivity ที่ขาดไม่ได้จริงๆ ครับ/ค่ะ
ตัวยอดฮิตที่หลายบริษัทใช้ก็คือ Slack ครับ/ค่ะ มันเหมือนมีห้องแชทแยกสำหรับแต่ละโปรเจกต์ แต่ละทีม ทำให้ข้อมูลไม่ปนกัน ค้นหาข้อมูลเก่าๆ ก็ง่าย มีการแจ้งเตือนที่ดี แถมยังเชื่อมกับแอปอื่นๆ ได้อีกเยอะเลยนะ ผม/ฉันเองก็ชอบตรงที่มันไม่ทำให้ Inbox อีเมลของเราล้นเกินไปไงครับ/ค่ะ
ส่วนใครที่ใช้ Microsoft เป็นหลักอยู่แล้ว Microsoft Teams ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจครับ/ค่ะ มันผสานรวมเข้ากับ Office 365 ได้อย่างลงตัว สามารถประชุม แชร์ไฟล์ ทำงานร่วมกันบนเอกสารได้ในที่เดียวเลย ไม่ต้องสลับแอปไปมาให้งง
อย่าลืมเลือกเครื่องมือที่ทุกคนในทีมใช้ถนัดนะครับ/คะ เพราะถ้าใช้แล้วไม่ชอบ ก็คงไม่เกิดประโยชน์เต็มที่เท่าไหร่หรอกจริงไหม?

จดบันทึกและแชร์ไอเดียง่ายๆ
บางทีไอเดียดีๆ มันก็ผุดขึ้นมาตอนที่เราไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงานนี่แหละครับ/ค่ะ การมีแอปจดบันทึกดีๆ ที่สามารถซิงค์ข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา แถมยังแชร์ให้เพื่อนร่วมงานดูได้ด้วยนี่ ถือเป็นตัวช่วยเพิ่ม best productivity ที่ผม/ฉันชอบมาก
Notion นี่คือตัวท็อปเลยครับ/ค่ะ มันทำได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่จดโน้ต วางแผนโปรเจกต์ ทำ Wiki ของทีม หรือแม้กระทั่งทำฐานข้อมูลส่วนตัวก็ได้ด้วยนะ หน้าตาของมันก็สวยงามน่าใช้ ปรับแต่งได้เยอะมากๆ ใครที่ชอบอะไรที่ยืดหยุ่น Notion ตอบโจทย์แน่นอนครับ/ค่ะ
ถ้าใครที่ชอบความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง Evernote ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เสมอครับ/ค่ะ จดอะไรก็ได้ รูป เสียง หรือจะบันทึกหน้าเว็บทั้งหน้าก็ทำได้หมดเลย แถมยังมีฟังก์ชันค้นหาที่ฉลาดมากๆ ด้วยนะ
แล้วไหนล่ะ Google Docs, Sheets, Slides ล่ะ? อันนี้ก็เป็นพื้นฐานเลยนะ! ใช้งานง่าย แชร์ไฟล์ให้เพื่อนร่วมงานแก้ไขพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ คือสะดวกจริงดิ ไม่ต้องมานั่งส่งไฟล์ไปมาหลายเวอร์ชันเลย ง่ายมากและ!
Pro Tips: ตัวช่วยเสริมความ Productive (สิ่งที่คุณต้องมี!)
นอกจากแอปพลิเคชันแล้ว ผม/ฉันเชื่อว่าอุปกรณ์เสริมบางอย่างก็ช่วยเสริม best productivity ให้กับการทำงานรีโมทของเราได้เยอะเลยนะ บอกตรงๆ ว่าถ้าขาดบางอย่างไป ผม/ฉันทำงานได้ไม่เต็มที่เลยครับ/ค่ะ มาดูกันครับ/ค่ะว่ามีอะไรบ้าง
-
หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise-Cancelling Headphones): อันนี้จำเป็นมากกก! โดยเฉพาะถ้าคุณต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น คาเฟ่ หรือที่บ้านที่มีคนอยู่เยอะๆ หูฟังดีๆ อย่าง Sony WH-1000XM5 หรือ Bose QuietComfort จะช่วยให้คุณโฟกัสกับงานได้ดีขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเลยครับ/ค่ะ
-
คีย์บอร์ดและเมาส์ Ergonomic: การทำงานนานๆ กับอุปกรณ์ที่ไม่ถนัดอาจทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย ลองลงทุนกับคีย์บอร์ดและเมาส์ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพ อย่างซีรีส์ Logitech MX Master ดูสิครับ/ค่ะ มันช่วยลดอาการปวดข้อมือได้ดีมากๆ เลย ทำให้คุณทำงานได้นานขึ้นสบายขึ้น
฿43,900⭐ 5.0 · ขายแล้ว 1,098 -
จอภาพเสริม (Second Monitor): ถ้าคุณต้องเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน ผม/ฉันแนะนำจอภาพเสริมเลยครับ/ค่ะ การมีจอเพิ่มอีกจอช่วยให้คุณทำงานแบบ Multitask ได้ง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องคอยสลับหน้าต่างไปมาให้เสียเวลา บอกเลยว่า productivity พุ่งกระฉูดแน่นอน!
ลองพิจารณาดูนะครับ/คะว่าสิ่งไหนที่คุณขาดไป แล้วจะช่วยยกระดับการทำงานของคุณได้บ้าง มันคือการลงทุนเพื่อตัวเราเองนะ!
สรุปแล้ว เลือกยังไงดี?
จริงๆ แล้วแอปและเครื่องมือ best productivity มีให้เลือกเยอะมากเลยครับ/ค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกสิ่งที่เหมาะกับรูปแบบการทำงานของทีมคุณและตัวคุณเอง ลองใช้ดูสักพักแล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนก็ได้ครับ/ค่ะ
ขอให้ทุกคนสนุกกับการทำงานรีโมท และมี Productivity ที่ยอดเยี่ยมนะครับ/คะ! ✨
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำงานรีโมทและการใช้แอป Productivity (FAQ)
Q: แอป Productivity สำหรับคนทำงานรีโมทที่ใช้งานง่ายที่สุดคืออะไร?
A: ถ้าเน้นใช้ง่ายมากๆ และเป็นภาพ ลองเริ่มที่ Trello ก่อนก็ได้ครับ/ค่ะ ระบบกระดานแบบ Kanban มันเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนดีครับ.
Q: ทำไมการใช้แอป Best Productivity ถึงสำคัญกับคนทำงานรีโมท?
A: สำคัญมากเลยครับ/ค่ะ เพราะมันช่วยให้เราจัดระเบียบงาน สื่อสารกับทีมได้ดีขึ้น แถมยังติดตามความคืบหน้าได้ง่ายๆ ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือหลงทางกับงานไงครับ/ค่ะ.
Q: ควรเลือกแอป Productivity ที่เสียเงิน หรือฟรีดีกว่า?
Q: มีวิธีทำให้ทีมใช้แอป Productivity ใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่นไหม?
A: ลองเริ่มจากแอปที่ใช้ง่ายที่สุดก่อนครับ/ค่ะ แล้วก็จัดเทรนนิ่งสั้นๆ ให้ทุกคนได้เรียนรู้การใช้งานร่วมกัน สำคัญคือต้องเน้นให้เห็นประโยชน์ว่ามันจะช่วยให้งานของทุกคนง่ายขึ้นจริงๆ ครับ/ค่ะ.
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
