วิธี Choose Right สัตว์เลี้ยงให้ตรงกับไลฟ์สไตล์คุณ
เพื่อนคนนึงเคยโทรมาร้องไห้เล่าว่าซื้อฮัสกี้มาเลี้ยง แต่ทำงาน OT ทุกวัน กลับบ้านก็ปุ๊บ หมาจะเห่าปุ๊บ ของในบ้านแทบพังหมด ผมเองก็เคยเจอมา ตอนนั้นน่าเศร้ามากเลยครับ
ปัญหาคือตอนไปร้านเจอหน้าตาน่ารัก ก็จับจ่ายซื้อมาเลย โดยไม่คิดว่าจะเลี้ยงยังไง วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการ **choose right** สัตว์เลี้ยง ให้มันไม่กลายเป็นภาระนะ

ดูชีวิตประจำวันของคุณก่อนเลย
สิ่งแรกเลยที่ต้องคิดคือ คุณอยู่บ้านกี่ชั่วโมงต่อวัน ถ้าทำงานแบบออฟฟิศ 8-9 โมงเช้าถึง 6-7 โมงเย็น แล้วต้องเดินทางอีก แสดงว่าเจ้าตัวเล็กต้องอยู่คนเดียวราวๆ 10-11 ชั่วโมง
แมวชอบอยู่คนเดียวได้ดีกว่าหมาเยอะมาก บอกตรงๆ ว่าถ้าไลฟ์สไตล์แบบนี้ เลือกแมวดีกว่านะ หมาบางพันธุ์เครียดง่ายถ้าอยู่คนเดียวนานๆ จะเริ่มกัดของ หรือเห่ารบกวนเพื่อนบ้าน
ทีนี้มาดูตัวนี้กัน ถ้าคุณ work from home หรือมีเวลาอยู่บ้านเยอะ หมาก็จะเป็นเพื่อนที่ดีมากเลย มานั่งเกาะขาตลอดเลย น่ารักดี 😊
พื้นที่บ้านเป็นยังไงบ้าง
คอนโดกับบ้านเดี่ยว เลี้ยงสัตว์ได้ไม่เหมือนกันนะ ถ้าอยู่คอนโด 30 ตร.ม. จะเลี้ยงไอ้พวกกลุ่มเกรทเดน หรือสามัญชนิดใหญ่ๆ นี่มันกดดันทั้งคุณทั้งเขาเลย
แมวชนิดเล็กๆ อย่าง Scottish Fold หรืออเมริกันเคิร์ล ก็เข้ากับพื้นที่จำกัดได้ดี หมาก็เลือกพวกขนาดเล็กอย่าง ปอมเมอเรเนียน หรือชิวาว่า จะ **choose right** ได้ดีกว่า
แต่ถ้าบ้านเดี่ยวมีรั้ว มีสวน หรือมีพื้นที่วิ่งเล่น หมาขนาดกลางถึงใหญ่ก็ไม่มีปัญหาเลย มันจะมีที่เผยแพร่พลังงาน

เรื่องเงิน… ไม่ควรมองข้ามจริงๆ
หลายคนคิดแค่ราคาตัวสัตว์ แต่ลืมไปว่ายังมีค่าอาหาร ค่าวัคซีน ค่าหมอ ค่าของเล่น ค่าทำขน อีกเพียบเลย หมาตัวใหญ่กินเยอะกว่า ค่าอาหารต่อเดือนอาจจะ 2,000-3,000 บาท
แมวกินน้อยกว่า แต่ก็มีค่าทราย ค่ากระบะทราย ที่ต้องเปลี่ยนบ่อย ผมเคยคำนวณดู แมวตัวนึงเดือนนึงก็ใช้ไปประมาณ 1,500-2,000 บาท ไม่น้อยเลยนะ
ถ้างบจำกัด การ **choose right** พวกแมวหรือหมาขนสั้นก็ช่วยลดค่าทำขนได้เยอะเลย พวกปังเกิดตัวนุ่มๆ สวยแต่ค่าดูแลแพงกว่าเยอะมั้ย
อารมณ์และพลังงานของคุณเอง
นี่คือส่วนที่หลายคนลืมคิด ถ้าคุณเป็นคนเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยอยากเคลื่อนไหว การเลี้ยงหมาพันธุ์ที่ต้องออกกำลังเยอะๆ อย่างโกลเด้น หรือเลบราดอร์ มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลย
แต่ถ้าคุณชอบออกกำลังกาย ชอบวิ่ง หมาพวกนี้จะไปด้วยกันได้สนุกมาก ตอนเช้าวิ่งมีเพื่อน ตอนเย็นเดินเล่นมีเพื่อน มันช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้จริงๆ
ส่วนแมวนี่แหละ ถ้าคุณชอบนั่งเฉยๆ ดู Netflix แล้วมีใครมาเกาะข้างๆ แมวคือคำตอบเลย ไม่ต้องพาไปเดิน ไม่ต้องอาบน้ำบ่อย สบายมาก
Pro Tips: ของที่ควรเตรียมไว้ก่อนรับเจ้าตัวเล็ก
จากที่ลองมา มีอยู่ 4 อย่างที่ผมว่าต้องซื้อก่อนเลย ไม่งั้นรับมาแล้วจะวุ่นวาย
**อาหารและของเล่น** — สำหรับแมวลองดู Royal Canin ตามสายพันธุ์ หรือ Orijen สำหรับหมา ของเล่นก็เตรียมแบบ interactive ให้มันเล่นเวลาคนไม่อยู่ ช่วยลดความเครียดได้เยอะ
**กระบะทรายและทราย** — ถ้าเลี้ยงแมว ลองดูกระบะทรายแบบปิดของ Petkit หรือทราย EverClean แบบกลิ่นหอม จะช่วยได้เยอะเลย บ้านไม่เหม็น
**เปลหรือที่นอน** — ที่นอนสัตว์เลี้ยงของ FurryTail หรือ K&H มีรุ่นดีๆ เยอะเลย เลือกให้เข้ากับขนาดตัวสัตว์ด้วยนะ
**อุปกรณ์พาเดิน** — ถ้าเลี้ยงหมา จะต้องมีสายจูง ลองดู Ruffwear หรือ Flexi และกระบะน้ำแบบพกพาของ Homerunpet พาไปเดินก็สะดวกขึ้นเยอะ
สรุปคือการ **choose right** ไม่ใช่แค่เลือกสัตว์ แต่เป็นการเลือกว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเข้ากับใคร ถ้าคิดดีๆ แล้ว ทั้งแมวและหมามีความน่ารักของมันแตกต่างกันไป แค่ต้อง match กันนะ 🐱🐶
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
