แอป best productivity ที่ทีม Work From Home ต้องลอง
ผมเองก็เคยเจอปัญหานี้มา นั่งทำงานที่บ้าน พอดีเลย แต่พอลองนับดู ทำไปวันนึงได้แค่ 3-4 ชั่วโมงที่จริงจัง ที่เหลือก็คือเปิดโทรศัพท์ ดูไลน์ เดินไปเปิดตู้เย็น นั่งฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ บอกตรงๆ ว่ามันน่าหดหู่มาก เพราะเวลาผ่านไปเร็วแต่งานไม่เคลื่อน
หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายตัว สุดท้ายก็เจอแอปที่ใช้จริงได้จริง ไม่ใช่แค่โหลดไว้แล้วลืม วันนี้เลยอยากมาแชร์ลิสต์ที่ผมคัดสรรเอง สำหรับใครที่กำลังมองหา **best productivity** แอปที่ช่วยให้ทีมทำงานที่บ้านได้เรียบร้อยขึ้นจริงๆ
จัดการตัวเองก่อน ถึงจะคุยกับทีม
ก่อนอื่นเลย ถ้าตัวเองยังไม่เป็นระเบียบ แชร์งานกับใครก็ไม่ช่วยอะ ผมเริ่มจากการใช้ Notion จัดระเบียบชีวิตทำงาน ตั้งแต่ To-do list ไปจนถึงบันทึกการประชุม ทุกอย่างอยู่ในที่เดียวกัน จริงดิ ตอนแรกก็รู้สึกว่ามันซับซ้อนไปหน่อย แต่พอเข้าใจระบบแล้ว มันสบายมาก
อีกตัวที่ช่วยได้เยอะคือ Todoist สำหรับคนที่ไม่อยากเซ็ตอะไรซับซ้อน เพิ่มงาน เช็คเสร็จ จบ ง่ายมากและ เหมาะกับคนที่อยากได้ **best productivity** แบบเริ่มต้นง่ายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานเลย
ทีนี้มาดูตัวนี้กัน Forest แอปปลูกต้นไม้ ใครที่กำลังติดมือถือบ่อยๆ ลองดูสิ ตั้งเวลาโฟกัส ถ้าออกจากแอปต้นไม้จะตาย ดูเหมือนเล่นๆ แต่ผมบอกเลยว่ามันทำให้ผมหยุดเปิดโทรศัพท์ได้จริง น่าประทับใจมาก 😆

คุยงานกับทีมแบบไม่หลงทิศทาง
ทำงานที่บ้านแล้วสื่อสารผิดเข้าใจง่ายมาก เพราะไม่ได้นั่งต่อกัน ผมเคยเจอกรณีที่คุยกันผ่านไลน์ ยาวไปหน่อย ข้อความหาย โทนพูดเข้าใจผิด ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย
ตอนนี้ทีมผมใช้ Slack เป็นหลัก แยก channel ตามโปรเจกต์ ตามทีม ไม่ต้องไปนั่งไล่หาข้อความในกลุ่มไลน์ยาวๆ อีกต่อไป แถมยังต่อกับเครื่องมืออื่นได้ด้วย สำหรับใครที่อยากได้ **best productivity** ในเรื่องการสื่อสาร ตัวนี้ตอบโจทย์มากครับ
ส่วนตอนประชุม ผมใช้ Zoom หรือ Google Meet ก็แล้วแต่งาน แต่ส่วนตัวผมมองว่าต้องมีวาระประชุมชัดเจนก่อน เข้ามานั่งคุยไม่รู้เรื่อง 30 นาที ออกมาไม่ได้อะไรเลย ตกใจเลยครับตอนเห็นสรุปว่าเสียเวลาประชุมไปเท่าไหร่ในหนึ่งสัปดาห์

โปรเจกต์ใหญ่ จัดการยังไงให้ไม่แตก
มาดูต่อกันดีกว่า สำหรับโปรเจกต์ที่มีหลายคนทำงานด้วยกัน ต้องมีแอปจัดการชัดๆ ไม่งั้นคนทำอะไรบ้าง ถึงไหนแล้ว ไม่รู้เหมือนกัน
Trello น่าจะเป็นตัวเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับทีมเล็กๆ ลากบัตรงานไปมาบนกระดาน ภาพรวมเห็นทันที ไม่ต้องอธิบายยาว ใครดูก็เข้าใจ ผมลองใช้กับทีม 3-4 คน แล้วรู้สึกว่ามันคือ **best productivity** tool แบบบ้านๆ ที่ใช้งานได้จริงมาก
แต่ถ้าทีมใหญ่ขึ้น งานซับซ้อนขึ้น Asana จะเข้ามาตอบโจทย์ดีกว่า มี timeline view ให้ดูว่างานไหนชนกัน ใครล่าช้า สามารถตามได้เลย จากที่ลองมา ทีมที่เคยชอบเลื่อนงาน พอใช้ Asana แล้วดีขึ้นเยอะมาก เพราะเห็นภาพรวมชัดขึ้น
Pro Tips: อุปกรณ์เสริมที่ช่วยได้จริง
แอปดีแค่ไหน ถ้าอุปกรณ์ไม่ตาม ก็ติดขัดอยู่ดี ผมมีของที่ซื้อมาแล้วรู้สึกว่าคุ้มมากจริงๆ อยากแนะนำ 3 อย่างเลย
เริ่มจากหูฟัง Noise Cancelling ตอนนี้ใช้ Sony WH-1000XM5 ต่อสายหรือไม่ต่อก็ได้ ตัดเสียงรบกวนได้ดีมาก ช่วยให้โฟกัสได้ตลอดเวลา ถ้าคิดดีๆ แล้ว นี่คือการลงทุนที่คุ้มกว่าซื้อแอปหลายตัวรวมกันเลย สำหรับใครที่อยากปรับสภาพแวดล้อมให้ได้ **best productivity** แบบครบวงจร ตัวนี้ตอบเลย
ต่อมาคือจอมอนิเตอร์เสริม ใช้ Dell รุ่น IPS ขนาด 27 นิ้ว เปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันได้สบาย ไม่ต้องสลับแท็บไปมาจนมึน ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเพิ่มความเร็วงานได้จริง
และอีกอย่างที่ช่วยได้เยอะคือแป้นพิมพ์ไร้สาย Logitech MX Keys พิมพ์สบายมือ ต่อหลายเครื่องได้ สลับระหว่างคอมกับแท็บเล็ตได้เลย เล็กน้อยแต่ช่วยได้เยอะ เพราะไม่ต้องลงทุนกับแป้นพิมพ์หลายตัว
แล้วควรเริ่มยังไงดีล่ะ
ไม่มีแอปไหนเป็น **best productivity** แบบครบทุกอย่างได้หมดนะ ต้องลองแล้วค่อยเลือกตามชีวิตตัวเอง ทีมผมตอนนี้ใช้ Notion + Slack + Trello คู่กัน พอดีมาก ไม่ซับซ้อนเกิน
แต่ที่ผมอยากเน้นมากกว่าแอป คือตัวเราเองต้องมีวินัยนะ แอปดีแค่ไหน ถ้าเปิดไว้แล้วไม่ใช้ ก็ไม่มีประโยชน์ ลองเริ่มจากตัวเดียวก่อน คุ้นแล้วค่อยเพิ่ม ดีกว่าโหลดมาเต็มรูปแบบแล้วทิ้งไว้เลยอะ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่ทำงานที่บ้านได้เจอแอปที่เหมาะกับตัวเองนะครับ ลองดูสิ แล้วค่อยมาบอกกันว่าอันไหนใช้แล้วชอบที่สุด 🙌
คำถามที่พอจะเจอบ่อย
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
