วิธี Choose Right สัตว์เลี้ยงให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเอง
ผมเคยเห็นเพื่อนรับเจ้าพุดเดิลมาเลี้ยงเลย เพราะเห็นน่ารัก แต่พอกลับบ้านทุกวันเจอขนวุ่นวาย เสื้อผ้าเต็มไปหมด ตอนแรกก็น่ารักนะ แต่สัปดาห์สองสามก็เริ่มเหนื่อยล้า
บอกตรงๆ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะเรามักจะตัดสินใจจากความน่ารักก่อน แต่ลืมไปว่าจะเลี้ยงกันยาวๆ หลายปี เลยต้องเรียนรู้วิธี choose right ให้ถูกตัวมากกว่า

มองหาคู่แท้ให้ถูก ไม่ใช่แค่น่ารัก
ตอนไปร้านขายสัตว์เลี้ยง น้องหมาน้องแมวตัวไหนๆ ก็น่ารักไปหมด จริงดิ แต่ถ้าคิดดีๆ แล้ว ความน่ารักพอจะพาเราไปได้แค่ 3 เดือนแรก หลังจากนั้นคือชีวิตจริงเลย
ก่อนอื่นเลย ต้องถามตัวเองก่อนว่าทำงานกี่วันต่อสัปดาห์ กลับบ้านกี่โมง วันหยุดทำอะไรบ้าง ถ้าทำงาน 6 วัน กลับบ้านดึกๆ แล้วไปเลือกซื้อโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ มันก็หนักไปนะครับ
ผมเองก็เคยเจอมา คนรอบตัวหลายคนเลือกผิดเพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องพลังงานของสัตว์เลี้ยง น้องหมาพันธุ์ใหญ่ๆ นี่ต้องออกกำลังกายทุกวัน ไม่งั้นก็จะกัดของ เห่าร้อง ทำลายข้าวของให้เละเทะ
ทีนี้มาดูตัวนี้กัน ถ้าชีวิตเราเป็นคนชอบอยู่บ้าน ดูหนัง ไม่ค่อยออกไปไหน น้องแมวก็น่าจะตอบโจทย์ดีกว่า เพราะแมวไม่ต้องพาเดินเล่นข้างนอก แค่มีที่เล่นในบ้านก็สบายแล้ว
ชีวิตคนทำงานกับเพื่อนขนฟู
คนทำงานประจำแบบ OT บ่อยๆ ต้องระวังเรื่องเวลามาก เพราะสัตว์เลี้ยงบางตัวไม่ชอบอยู่คนเดียวนานๆ น้องหมาบางพันธุ์ถ้าถูกทิ้งไว้ตัวคนเดียวเป็นเวลานาน จะเครียด กัดของ หรือเห่าร้องจนเพื่อนบ้านมาร้องเรียน
แต่ก็ไม่ต้องกังวลนะ ถ้าอยากเลี้ยงหมาจริงๆ ลองดูพันธุ์ที่สงบกว่า เช่น พุดเดิล ชิวาวา หรือ บัสเซ็ท ฮาวด์ น้องเหล่านี้เลี้ยงในคอนโดได้ ไม่ค่อยเห่า แถมขนก็ไม่ค่อยร่วง
ส่วนถ้าเลือกแมว ต้องคิดเรื่องความเป็นอยู่ด้วยนะ แมวไม่ได้ต้องการเราอยู่ด้วย 24 ชม. แต่ต้องมีอุปกรณ์ให้เล่น เช่น ต้นไม้แมว ของเล่นแบบหลบซ่อน อย่างน้อยก็ช่วยให้น้องไม่เบื่อตอนเราไม่อยู่ได้
จากที่ลองมา ผมพบว่าคนที่ choose right ตามเวลาว่างของตัวเอง มักจะมีความสุขกับการเลี้ยงมากกว่า เพราะไม่รู้สึกผิดหวัง ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ

บ้านเล็กก็เลี้ยงได้ แต่ต้อง choose right
คอนโดหรือบ้านเช่าขนาดเล็กไม่ใช่อุปสรรคหรอกนะ แต่ต้องเลือกให้เข้ากับพื้นที่ น้องแมวพันธุ์เล็กๆ อย่าง สก็อตติชโฟลด์ หรือ อเมริกันเคิร์ล เหมาะมากสำหรับห้องแคบๆ
แต่เดี๋ยวก่อน อย่าลืมว่าบางพันธุ์แมวแม้ตัวเล็ก แต่พลังงานเยอะมาก อย่าง อะบิสซิเนียน นี่วิ่งกระโดดทั้งวัน ถ้าห้องเล็กเกินไปน้องก็เครียดเอง
สำหรับคนอยู่คอนโดที่อยากเลี้ยงหมา ผมแนะนำให้ดูน้องหมาไซส์เล็กก่อน เช่น ปอมเมอเรเนียน หรือ ยอร์กเชียร์เทอร์เรียร์ น้องพวกนี้เลี้ยงในห้อง 30 ตร.ม. ก็ยังสบายอยู่
อีกเรื่องที่หลายคนลืมคือเรื่องเสียง คอนโดมีเพื่อนบ้าน ถ้ารับน้องหมาที่ชอบเห่ามา เช่น ไชนีส ชาร์เปไอ หรือ บีเกิล ก็อาจจะมีปัญหากับคนข้างห้องได้ ตรงนี้ต้องคิดด้วยนะ
Pro Tips: อุปกรณ์เตรียมไว้ก่อนรับเจ้านาย
ก่อนจะรับน้องมาเลี้ยง มีของบางอย่างที่ควรเตรียมไว้ก่อน ไม่ใช่แค่อาหารกับกระบะ แต่มีอีกหลายอย่างที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ
จานอาหารแบบ slow feeder จาก Outward Hound นี่ผมชอบมาก เพราะน้องหมาหลายตัวกินเร็วมาก จนอ้วก เอาจานแบบนี้มาใช้ช่วยลดความเร็วได้เลย แถมน้องแมวบางตัวก็ใช้ได้นะ
กระบะทรายแบบปิดจาก Catit ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ช่วยแก้ปัญหากลิ่นในห้องแอร์ปิดได้ดี ไม่ต้องกลัวเพื่อนมาเยี่ยมแล้วเจอกลิ่นทราย
แล้วก็ขนมเลียทำความสะอาดฟันแบบ Temptations Dental ตัวนี้ดีตรงที่น้องแมวชอบ แถมยังช่วยลดหินปูนไปในตัวด้วย จะได้ไม่ต้องเอาน้องไปขัดฟันที่คลินิกบ่อยๆ เสียเงิน
เรื่องเงินที่ต้องคิดไว้ก่อน
ไม่ต้องอายที่จะคิดเรื่องเงินนะ เพราะมันจริงมาก เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ค่าอาหาร แต่มีค่าวัคซีน ค่าหมอ ค่าทำหัตถการ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ รวมๆ แล้วต่อเดือนอาจจะเป็นพันๆ บาท
น้องแมวอาจจะประหยัดกว่าน้องหมานิดหน่อย แต่ก็ตามพันธุ์ด้วยนะ แมวขนยาวอย่างเปอร์เซียน ต้องดูแลขนมากกว่า บางคนต้องเอาไปตัดขนที่ร้านเลย นี่ก็เพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีก
ถ้าเรา choose right ตั้งแต่แรก คิดเรื่องเงินไว้ด้วย ชีวิตหลังรับน้องมาจะไม่ตกใจเลยครับ ผมเคยเห็นคนรับน้องมาแล้วค่ารักษาพยาบาลแพงเกิน สุดท้ายต้องยกให้คนอื่น น่าเศร้ามาก
สรุปสั้นๆ จากใจคนเลี้ยง
การเลือกสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องสะเพร่า แต่ก็ไม่ต้องคิดมากจนเลือกไม่ลง แค่ถามตัวเอง 3 คำถาม: มีเวลาไหม มีที่ไหน และมีงบแค่ไหน แค่นี้ก็พอที่จะ choose right ได้แล้ว
สัตว์เลี้ยงคือเพื่อนระยะยาว ไม่ใช่ของเล่น ถ้าเราเลือกให้ถูกตัวตั้งแต่แรก ทั้งเราและน้องจะมีความสุขด้วยกันไปหลายปีเลย ลองดูสิ คุณละเอียดขนาดนี้ โอกาสผิดพลาดก็น้อยลงเยอะ
คำถามที่พบบ่อย
ชอบบทความนี้? ค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องบน Shopee
